Language :     TH | EN

15,146
วิธีลดความอ้วนมีวิธีใดบ้าง
 
ปัจจุบันคนจำนวนมากนิยมลดความอ้วนโดยการใช้ยา และอดอาหาร เพราะเชื่อว่าจะช่วยควบคุมน้ำหนักได้เร็ว และวิธีการไม่ยุ่งยาก
 
ยาลดความอ้วน ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มที่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ยาควบคุมพิเศษ และยาอันตรายที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง มีผลลดความอยากอาหาร ทำให้เกิดอาการข้างเคียงได้ เช่น ทำให้มีอาการสับสน หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง ทรงตัวลำบาก ม่านตาขยาย ปวดศีรษะ อาจมีอาการทางจิต เห็นภาพหลอนหรือได้ยินเสียง ในรายที่รุนแรงพบว่ามีไข้สูง เจ็บหน้าอก การไหลเวียนโลหิตล้มเหลวหรือเกิดการชักได้
 
ในระยะยาวร่างกายจะเกิดอาการดื้อยา หากใช้ติดต่อกันนานเกินไป และเมื่อหยุดยา น้ำหนักตัวจะกลับมาเพิ่มขึ้น
 
ยาบางชนิดมีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะ เมื่อกระตุ้นให้ร่างกายขับน้ำออก น้ำหนักตัวจะลดลง แต่ก็มีผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย เพราะสูญเสียน้ำและเกลือแร่บางส่วน เป็นการลดที่ผิดเพราะปัญหาที่สำคัญของความอ้วนอยู่ที่ไขมัน ไม่ใช่น้ำ
 
ยาลดความอ้วนหรือผลิตภัณฑ์ที่มีรำข้าวและกากใยอื่นๆ ส่วนใหญ่จะพองตัวเมื่อรับประทานเข้าไป ช่วยให้รู้สึกอิ่ม แต่ไม่เกี่ยวกับการช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกิน บางครั้งยังพบว่าเป็นต้นเหตุของการอุดตันในระบบทางเดินอาหาร หากรับประทานเข้าไปแล้วดื่มน้ำตามไม่เพียงพอ
 
ส่วนผู้ที่ใช้การอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ไม่ใช่วิธีที่ดีในระยะยาว เนื่องจากการอดอาหารทำให้อัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกายลดน้อยลงด้วย เมื่อเลิกอดอาหารและกลับมารับประทานอาหารใหม่ มักพบว่ารับประทานได้มากกว่าเดิม น้ำหนักตัวจึงเพิ่มขึ้นและมีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้นมากกว่าก่อนลดด้วยซ้ำไป
 
Yo-Yo Effect คืออะไร ถ้าเกิดแล้วควรทำอย่างไร
 
Yo-Yo Effect คือ การเรียกเปรียบเทียบปรากฏการณ์ที่เกิดหลังการลดน้ำหนักกับการเล่นลูกดิ่งโย-โย่ โดยหลังจากการลดจนน้ำหนักลงเพียงไม่นานน้ำหนักก็กลับเพิ่มขึ้นอีก ต้องพยายามลดน้ำหนักลงใหม่ โดยต้องใช้ความพยายามมากขึ้นในการลด ทุกครั้งหลังลดน้ำหนักก็จะกลับมาเพิ่มขึ้นและมากกว่าเดิม เหมือนกับลูกดิ่งที่เมื่อปล่อยจากมือลงสู่พื้นแล้วก็จะม้วนตัวกลับมาสู่มือของเราอีก ยิ่งปล่อยลูกดิ่งออกไปแรงและไกลเท่าไร ลูกดิ่งก็จะกลับคืนสู่มือเร็วเท่านั้น
 
Yo-Yo Effect พบมากในผู้ที่รับประทานยาลดความอ้วน เนื่องจากตัวยาจะไปกดประสาท ทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มตลอดเวลา ไม่อยากรับประทานอาหาร เมื่อเลิกรับประทานยาก็จะกลับมารู้สึกอยากรับประทานอาหารเหมือนเดิม และอาจมากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงร่างกายมีการปรับตัวให้มีการเผาผลาญอาหารลดลง
 
ตัวอย่างเช่น ระหว่างที่รับประทานยาลดความอ้วนนั้น จากเดิมที่ร่างกายเคยรับประทานอาหารวันละ 2,000 กิโลแคลอรี่ แต่พอรับประทานทานยาแล้วไม่หิว ร่างกายอาจถูกจำกัดการรับอาหาร ทำให้การเผาผลาญพลังงานของร่างกายเหลือเพียงวันละ 1,000 กิโลแคลอรี่  อัตราการเผาผลาญของร่างกายก็จะถูกปรับจาก 2,000 กิโลแคลอรี่ ให้เหลือเพียง 1,000 กิโลแคลอรี่ ซึ่งเป็นกลไลการป้องกันการขาดสารอาหารของร่างกายคล้ายการจำศีล เมื่อรับประทานอาหารน้อยลงร่างกายก็เผาผลาญพลังงานน้อยลง
 
ดังนั้นหลังจากที่น้ำหนักลดลง เรากลับมารับประทานอาหาร แม้ว่าจะรับประทานน้อยกว่าเดิม โดยรับประทานอาหารเหลือวันละ 1,500 กิโลแคลอรี่ เราก็มีโอกาสที่จะกลับมาอ้วนได้ เพราะร่างกายเราสามารถเผาผลาญได้แค่ 1,000 กิโลแคลอรี่เท่านั้น ที่เหลือค้างอีก 500 กิโลแคลอรี่ก็จะกลับมาสะสมตามร่างกายกลับมาอ้วนเหมือนเดิม การอดอาหารทำให้ผอมลงได้จริง แต่ก็เป็นเพียงระยะหนึ่งเท่านั้น เพราะเมื่อร่างกายชินกับการอดอาหาร ก็จะปรับตัวกับการได้รับพลังงานน้อย และเริ่มสะสมพลังงานอีกครั้งหนึ่ง (แม้รูปร่างจะผอมลงแล้วก็ตาม)
 
วิธีหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้เกิด Yo-Yo Effect คือ หยุดการลดน้ำหนักด้วยการอดอาหาร ปรับเปลี่ยนอุปนิสัยในการรับประทานและเปลี่ยนการดำเนินชีวิต การลดความอ้วนที่ไม่เน้นเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทาน และไม่เน้นเผาผลาญพลังงานนั้น โอกาสที่กลับมาอ้วนจะสูงกว่า ดังนั้นควรเริ่มต้นลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี และรับคำแนะนำการลดน้ำหนักที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด
 
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ โดยแพทย์หญิง ชณิศา พานิช จาก AddLife Anti-Aging Center
ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี)

 
15,146
Back to Expert Articles

อยู่แบบ 5 อ.ช่วยชะลอวัยได้

อาการไม่สดชื่น ปวดเมื่อยตามร่างกาย อ้วนง่าย เหล่านี้เป็นปัญหาที่พบเห็นได้บ่อยๆ ของชาวออฟฟิศและคนเมือง more

สมาธิสั้นในเด็ก

ลูกซน ไม่อยู่นิ่ง รอคอยไม่เป็น ทำกิจกรรมอะไรได้ไม่นาน ทั้งหมดนี้เข้าข่ายเป็นเด็กสมาธิสั้นหรือเปล่า more

วันเบาๆ ของสาวทำงาน.. เมื่อประจำเดือน ไม่เป็นประจำเดือน

ประจำเดือนเรื่องใกล้ตัวผู้หญิงอย่างเราๆ แต่ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะมีความรู้เรื่องนี้กันมาก more

โรคผิวหนังอักเสบ (Eczema)

ด้วยสภาพแวดล้อมในปัจจุบันที่ต้องสัมผัสกับมลพิษ สารเคมีที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ผิวหนังอันเป็นเกราะป้องกันด่านแรกของมนุษย์ more

รู้ทันความเสื่อมของร่างกายในแต่ละช่วงวัย

ความเสื่อมของร่างกายเกิดขึ้นได้ในทุกๆ วัน แต่ก็จะมีการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาซ่อมแซม เป็นกลไกธรรมชาติของร่างกาย more

มหัศจรรย์ของลมหายใจ

หายใจเข้าท้องป่อง หายใจออกท้องแฟบ นี่คือหลักการหายใจแบบง่ายๆ ที่ถูกวิธี แต่คุณเคยสังเกตการหายใจของคุณว่าเป็นเช่นนี้หรือไม่ more

ฟันขาวดีจริงหรือ?

ถ้ายิ้มสวยๆ ของคุณเผยให้เห็นฟันสีเหลืองๆ คงทำให้คุณหมดความมั่นใจ การมีฟันขาว สะอาด ปราศจากคราบสีเหลืองบนฟัน จึงเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ปรารถนา more

ปลูกฝังความฉลาด ทำไมต้องเริ่มตั้งแต่เล็ก

เพราะพัฒนาการทางสมอง และการสร้างรากฐานการเรียนรู้ของมนุษย์ 80% เกิดขึ้นในช่วงแรกเกิดจนถึงวัย 6 ปี more

Newsletter Registration

Follow Us

Contact Us

Life Center. 1 South Sathorn Rd., Tungmahamek,
Sathorn, Bangkok 10120 Thailand.
Tel. (66)2-677-7177
Email: contact@lifecenterthailand.com