Language :     TH | EN

5,307
ความเชื่อที่ผิดๆ มีส่วนสำคัญที่ทำให้การรักษาอาการปวดหลังเรื้อรังและฟื้นฟูสุขภาพไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร
มีอะไรบ้าง และความจริงที่ถูกต้องนั้นคืออะไร ผ.ศ. นายแพทย์ ภาริส วงศ์แพทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู จากดีบีซี สไปน์คลินิกแอนด์ยิมชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี)
ได้สรุปข้อมูลเอาไว้ว่า  

 
ความเชื่อ
ความจริง
1. คนปวดหลัง เดี๋ยวก็หายเป็นปกติกันทั้งนั้น
1.จริงอยู่ที่ว่าส่วนมากเมื่อพักสักสองสัปดาห์อาการปวดมักทุเลาลงได้มาก
ทำให้ไม่ต้องไปพบแพทย์อีกต่อไป แต่ทว่าการวิจัยติดตามอาการผู้ที่เคย
ปวดหลังภายในเวลาของคนไข้ มักจะยังมีอาการปวดๆ หายๆ แม้จะไม่
รุนแรงเท่าไรนัก นอกจากนี้การสำรวจประชากรทั่วไปพบว่าประมาณ30%
มีปัญหาปวดหลังเรื้อรังที่ค่อนข้างรบกวนคุณภาพชีวิตคือทำให้ไม่สามารถ
ทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตได้เท่าระดับปกติ การฟื้นฟูที่เหมาะสมจะช่วยลด
โอกาสเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้อีกจึงควรมีการออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อ
ให้แข็งแรงป้องกันการกลับมาเป็นอีก
2. คนปวดหลังควรพักผ่อนหลังมากๆ จะได้หายดี    
2.การนอกพักช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดี แต่หากพักนานเกินไปอาจเกิด
ผลเสียได้เช่นกัน เช่นเอ็นและเนื้อเยื่อพังผืดต่างๆ หดรั้งกล้ามเนื้อเสียความ
แข็งแรง และอาจทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการปวดกำเริบซ้ำอีก
3. คนปวดหลังต้องนอนที่นอนแข็งๆ จะได้ไม่ปวด
3.ที่นอนแข็งเกินไปจะทำให้ปวดหลังได้ เพราะที่นอนแข็งจะทำให้น้ำหนัก
ตัวของผู้นอนกดทับเฉพาะจุด และเกิดความเครียดเชิงกลต่อกระดูก
สันหลัง และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในท่างอตัว ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ ล้วนแล้วแต่
สามารถจะ ทำให้อาการปวดหลังกำเริบได้ ส่วนที่นอนนิ่มยุบตัวได้ง่าย
เกินไปนั้น นอน แล้วส่วนก้นสะโพกมักจะจมลงลึกเกินไปในที่นอนทำให้
หลังส่วนล่างแอ่น และทำให้เกิดแรงกดต่อ ที่มากผิดปกติไปในทาง
ตรงกันข้ามและทำให้ปวด ได้เช่นกัน ดังนั้นจึง ควรนอนที่นอนที่มี
ความแข็งพอเหมาะกับน้ำหนักตัวและ รูปร่างของผู้นอนจึงจะดีที่สุด
4. ห้ามนั่งไขว่ห้างทำให้หลังเสื่อม
4. การนั่งไขว้ห้างเป็นการพักกล้ามเนื้ออย่างหนึ่ง ซึ่งมีการศึกษา ทางชีวะ
กลศาสตร์ และสรีระวิทยาที่น่าเชื่อถือยืนยันว่า นอกจากได้ พักกล้ามเนื้อ
ที่มีหน้าที่ประคับประคองความมั่นคงของข้อต่อกระดูก สันหลัง แล้ว
ยังทำให้เกิดความตึงตัวของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน จึงทำให้ ข้อต่อสันหลัง
กระเบนเหน็บ และข้อต่อเชิงกราน มีความหนาแน่นมั่นคงขึ้น เพียงแต่ต้อง
นั่งไขว้ห้างให้ ถูกต้อง คือ ไม่นั่งหลังค่อมและไม่นั่งนานเกิน 15 นาที
ก่อนสลับไขว้ขา ข้างตรงกันข้าม เพราะอาจกลับทำให้ปวดหลังได้ ทั้งนี้
หมายถึงผู้ที่ยังไม่มี อาการปวดหลังแต่สำหรับผู้ที่เคยมีอาการปวดหลัง
ส่วนล่างที่รุนแรง หรือ เรื้อรังมาก่อนควรต้องได้รับการรักษาฟื้นฟูเสียก่อน
หากแพทย์เห็นว่ามี ความแข็งแรงของโครงสร้างที่ดีพอ ก็จะสามารถ
นั่งไขว่ห้างได้อย่าง ปลอดภัยเช่นกัน
5. ปวดหลังเพราะกระดูกสันหลังเคลื่อน หมอนรองกระดูกเสื่อม
5. อาการปวดหลังส่วนล่างนั้น แท้ที่จริงแล้วอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ
ต้องตรวจวินิจฉัยหาที่มาของความปวดให้ชัดเจน อาทิ เช่น หมอนรองกระดูก
เอ็นข้างกระดูกสันหลังในด้านต่างๆ กล้ามเนื้อ หลัง และกล้ามเนื้อสะโพก
และกล้ามเนื้อหว่างเอว เส้นประสาทเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิด
ความเจ็บปวดได้ เมื่อเกิดการบาดเจ็บ อักเสบ ฉีกขาด เกร็งหรือมี
ภาวะโรคเกิดขึ้น แต่เนื้อเยื่อ เหล่านี้
6. คนปวดหลังมีความเชื่อว่า การจัดกระดูก จะทำให้กระดูก”เข้าที่” และหายปวดถาวร
6. การวิจัยไม่พบว่า การจัดกระดูกทำให้ข้อต่อกระดูกสันหลังเคลื่อน
ตำแหน่งไป อย่างน้อยก็ไม่ได้เคลื่อนออกไปจากที่เดิมจนเห็นได้ด้วยการ
เอ็กซเรย์ และพบว่าไม่ได้ทำให้หายปวดหลังอย่างถาวร ยกเว้นคนไข้
ที่มีปัญหา อาการปวดเกิดจากการเลื่อนตัวไปมาของ ข้อต่อกระดูกสันหลัง
ไม่ราบลื่นจริงๆ เท่านั้น ที่จะมีอาการดีขึ้นหายปวดเป็นปลิดทิ้งทันทีเมื่อทำ
การรักษา ประมาณว่า ผู้ป่วยด้วยสาเหตุเช่นนี้มีจริงประมาณไม่ถึง 5%
ของผู้ที่มีอาการปวดหลังทั้งหมด ข้อสังเกตคือหากทำการรักษานวดจัด
กระดูก2-3 ครั้งแล้วไม่ดีขึ้นอย่างชัดเจนก็อาจแสดงว่าไม่ใช่อาการปวด
ที่เหมาะสมจะรักษาด้วยวิธีดังกล่าวควรต้องตรวจหาสาเหตุที่มาของ อาการปวดให้ชัดเจนต่อไป
7. คนปวดหลังใส่สเตย์จะช่วยพยุงหลัง ช่วยทำให้ หายปวด
7 การใส่กายอุปกรณ์ใดๆ อาจช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้ ผ่านหลาย
กลไก กล่าวคือลดการสั่นสะเทือน และแรงเครียดเค้นต่อกระดูกสันหลัง และ
เนื้อเยื่อเกียวพัน ต่างๆ ทำให้กล้ามเนื้อหลังได้พักเหล่านี้ ล้วนแล้ว แต่ทำให้
อาการปวดบรรเทาลงได้ แต่ทว่าการให้เครื่องพยุงหลังเป็นเวลานานๆ จะ
ทำให้กล้ามเนื้อหลังนั้นอ่อนแรง และมีโอกาสที่จะปวดหลัง ได้ง่ายกว่าเดิม
สำหรับผู้ที่ใส่เครื่องพยุงหลังแล้วอาการปวดบรรเทาลงมาก หากได้สร้างเสริมระบบกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ เกี่ยวพันรอบกระดูกสันหลัง ให้แข็งแรงขึ้น ย่อมมีโอกาสที่จะลดอาการปวดลงได้มากเท่าๆ กันโดย ไม่ต้องอาศัยเครื่องช่วยภายนอกใดๆ
 
     การรักษาที่ได้ผลดีสำหรับคนที่มีปัญหาปวดหลังต้องทำอย่างไร (ต้องรักษาแบบ active เพื่อสร้าง
กล้ามเนื้อให้มีความแข็งแรง)ได้แก่ การออกกำลังกาย เพื่อให้เกิดความแข็งแรง ยืดหยุ่น และเพิ่มสมรรถนะ
ของกล้ามเนื้อเฉพาะจุด ซึ่งคนไข้ต้องเป็นผู้ออกกำลังกาย โดยมีแพทย์ หรือนักกายภาพผู้เชี่ยวชาญ ที่ผ่าน
การอบรม มาเป็นผู้ควบคุม เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้ผล และไม่เกิดปัญหาแทรกซ้อน ได้ผลระยะยาว โดยใช้เวลา
4 - 6 สัปดาห์ กว่า
จะเริ่มแข็งแรงขึ้น และทำกิจกรรมได้มากขึ้นโดยไม่ปวด เช่นเดินได้ไกล นั่งรถได้นานขึ้น
เป็นต้น แต่เมื่ออาการ
ดีขึ้นแล้ว หากสามารถออกกำลังกาย เพื่อคงสมรรถนะกล้ามเนื้อเอาไว้ได้ก็จะไม่กลับ
มาปวดอีกเลย

      
DBC คือใคร ทำการรักษาโรคอะไรได้บ้าง

      DBC Spine Clinic & Gym เป็นคลินิกเวชกรรมฟื้นฟูเฉพาะทางข้อกระดูก และกล้ามเนื้อแห่งแรก
ของประเทศไทย ที่นำเทคโนโลยีเฉพาะทางของ DBC International จากประเทศฟินแลนด์ มาใช้ทำการ
รักษาฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีอาการปวดคอ ปวดหลัง และปวดข้อไหล่ชนิดเรื้อรัง ซึ่งให้บริการตรวจรักษาโดยแพทย์
ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู และด้วยวิธีการรักษาทางกายภาพบำบัด ที่ทีมงานทั้งหมดได้
ผ่านการอบรมพิเศษ เพื่อให้สามารถใช้เทคนิควิธีการรักษาฟื้นฟูผู้ป่วยด้วยวิธีการแบบ Active Rehabilitation
ผสมผสานเทคนิควิธีแบบ Cognitive Behavioral Therapy

จุดเด่นของการรักษาที่ DBC เป็นอย่างไร (ใช้เทคโนโลยีเครื่องออกกำลังกายมาจากประเทศฟินแลนด์) 
   -  เป็นระบบสำเร็จรูปจากประเทศฟินแลนด์ มาทั้งเครื่องมือ ระบบ วิธีการ และมีการควบคุมคุณภาพ
      ต้องรายงานผลสัมฤทธิ์การรักษาภาพรวมทุก 6 เดือนไปยังศูนย์แม่ข่ายในต่างประเทศ 
   -  มีการประเมินอย่างละเอียดทำให้วางแผนการฝึกเฉพาะบุคคลได้เหมาะสม 
   -  วัดพิสัยการเคลื่อนไหว 
   -  วัดอาการล้าของกล้ามเนื้อ 
   -  สามารถประมาณแผนการได้ก่อนเริ่มการรักษา ว่าอาจใช้เวลาในการรักษาเท่าไร และจะได้ผลอย่างไรบ้าง 
   -  เครื่องออกกำลังกายที่ DBC Spine Clinic & Gym 
   -  มีความแม่นยำ เที่ยงตรง
   -  กำหนดพิสัยการออกกำลังกายได้เฉพาะตัวแต่ละคน 
   -  ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับคนปวดหลังออกกำลัง ไม่ใช่เครื่องสำหรับ Fitness ทั่วไป
      จึงไม่ทำให้เสี่ยงการบาดเจ็บระหว่างฝึก  

ข้อแนะนำในการดูแลตนเองสำหรับคนที่มีปัญหาปวดหลัง
   -  ถ้ามีอาการปวดหลังไม่หายเกิน 2 สัปดาห์ ควรพบแพทย์ เพราะอาจมีโรคร้ายแอบแฝงอยู่ 
   -  ปวดหลังเฉียบพลัน ควรพักเพียง 2-3 วัน แต่ถ้าพักแล้วยังไม่หาย ควรพบแพทย์
      เพื่อรับความช่วยเหลือในการควบคุมอาการปวดอย่างมีประสิทธิภาพ กับเริ่มการฟื้นฟูสภาพให้เร็ว 
   -  ปวดหลังเฉียบพลัน ควรเรียนรู้การลุกนั่งที่เซฟหลัง จะได้ไม่เจ็บซ้าซาก และฟื้นตัวเร็ว
   -  หลังจากอาการทุเลาแล้ว ควรบริหารกล้ามเนื้อหลัง และท้องให้เหมาะสม เพื่อเสริมความมั่นคง
      ลดโอกาสเจ็บซ้ำอีก 
   -  ถ้าปวดหลังเรื้อรังจนแล้ว และตรวจแล้วพบว่าไม่มีโรคร้ายภายใน เช่น วัณโรค เนื่องอก และอื่นๆ
      ที่กระดูกสันหลัง ควรออกกลังกายให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย เพื่อลดระดับอาการปวด และเพิ่ม
      ระดับความสามารถในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้โดยไม่ทำให้ปวดหลัง   
 
5,307
Back to Expert Articles

5 อาการคุกคามชมรมคนบ้างาน

สำหรับมนุษย์งาน เกือบทั้งหมดของชีวิตมีแต่คำว่า “งาน ประชุม อีเมล์ ลูกค้า” more

ปรับโครงสร้างร่างกายต้านภัยทุกโรค

เวลาเดินหน้าไปเรื่อยๆ จนบางท่านอาจเผลอ และหลงลืมในสิ่งที่ต้องการจะทำ more

อารมณ์มีผลต่อโครงสร้างร่างกายด้วยหรือ

คุณเคยสังเกตไหมว่า คนที่อารมณ์ดี คิดดี ทำดี จิตใจดี จะเป็นคนที่มีความสุข ร่างกายกระปรี้กระเปร่า more

การฟื้นฟูข้อเข่าสำหรับนักกีฬาและผู้บาดเจ็บเรื้อรัง

ท่านอาจเคยสงสัยว่านักฟุตบอลอาชีพที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเข่า และต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษา more

10 โรคเรื่อรังของผู้ใหญ่วัย 40 อัพ

วัย 40 อัพ มีปัญหาสุขภาพเกิดขึ้นหลายด้านด้วยกัน ไม่ว่าอ้วนง่าย ผิวมีริ้วรอย อ่อนเพลียไม่สดชื่น more

Low Carb vs High Protein Diet

ปัจจุบันคนนิยมลดน้ำหนักแบบ Low Carb โดยการเลือกปฏิบัติเอง จริงๆ แล้ว Low Carb คืออะไร more

8 วิธีดูแลตนเองแบบง่ายๆ ให้ห่างไกลจากโรคอ้วน

เคล็ดไม่ลับในการดูแลตนเองให้ห่างไกลจากโรคอ้วน โดยแพทย์หญิง ชณิศา พานิช จาก AddLife Anti-Aging Center more

นวัตกรรมใหม่ย้อนวัยให้ผิวรอบดวงตา

เพราะผิวบริเวณรอบดวงตามีความอ่อนบางกว่าผิวในบริเวณอื่น อีกทั้งเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินที่ช่วยให้ผิวกระชับ ยังถูกทำลายจากอนุมูลอิสระอย่างต่อเนื่อง more

Newsletter Registration

Follow Us

Contact Us

Life Center. 1 South Sathorn Rd., Tungmahamek,
Sathorn, Bangkok 10120 Thailand.
Tel. (66)2-677-7177
Email: contact@lifecenterthailand.com